W u N w A i i's profile- : W u N w A i i Z : -PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
- : W u N w A i i Z : -August 22 Im in TUจากช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากการที่เราบ๊าบบายมหิดล
แล้วออกเดินทางเพื่อเข้าสู่รั้วธรรมศาสตร์
แล้วสถาปนาตัวเองเข้าเปนหนึ่งในลูกของพ่อปรีดีแล้ว
ใครจะเชื่อว่าเราจาทำได้สำเร็จ
ถ้าถามคนที่รู้จักเราสมัยเด็กๆก่อนเข้ามหาลัย
มหาลัยที่เราใฝ่ฝันที่อยากเข้ามากที่สุดคือที่นี่ ธรรมศาสตร์
แต่ด้วยอะไรๆ ที่ยากจะคาดการณ์
ราวกับว่าเราฝันอยู่ ....
แล้วตื่นมาพบว่าเรามาเรียนที่มหิดลแทนที่จะเปนธรรมศาสตร์
แล้วในที่สุด
เราก้อทำได้ เราได้เข้ามาเรียนที่ธรรมศาสตร์แล้ววว
มหาวิทยาลัยในประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ
รู้สึกว่าตัวเองว่าเราช่างมีบุญเหลือเกินที่ได้เข้ามาเรียนทีนี่
ถึงแม้ว่ามันจะเปนปรินยาโทก้อตาม
ที่สำคัน
เราไม่ได้มาอย่างโดดเดี่ยว
มีเพื่อนๆจา AR ตามมาเรียนด้วยอีกถึง 2 คน คือ ไอ้เต๋อ กับ ป้าขวัญ
ทำให้ห้องเรียนนนี้ดูมีสีสันไม่ต่างจากที่เก่ามากจนเกินไป
นอกจากนี้
น้องแพรว น้องสาวคนเดียวของเรา
ก้อเรียนที่นี่ด้วย
ทำมห้ความรู้สึกเก่าๆกลับมา
เหมือนตอนก่อนเข้ามหาลัย
2 พี่น้องอยู่โรงเรียนเดียวกัน
แต่ได้ข่าวว่า...หาตัวกันยากเหลือเกิน
แต่ใช่ว่าการเข้ามาเรียนที่นี่จะคือผลลัพธ์อันสุดท้าย
มันเปนเพียงแค่จุดเริ่มต้นของทางที่เราจะเดินต่อไป
ลักษณะการเรียน การสอน การบ้านที่ได้มา
มันทำให้เรารู้จักมีความรับผิดชอบมากขึ้น
ตั้งใจทำมากขึ้น ไม่เหมือนตอนเรียนป.ตรีอีกต่อไป
ตัวขี้เกียดที่เคยโดดเกาะตัวเรา
โดยที่สลัดเท่าไรก้อไม่หลุดนั้น
ก้อหายวับเหมือนเล่นกล
ไม่รุเหมือนกันว่าทำไปได้ไง
อ่านหนังสือวันละหลายชั่วโมง
จากที่ไม่เคยสนใจข่าวสารบ้านเมือง
ก้อหันมาเปิดดูข่าว รอดูข่าวโดยไม่คิดเปลี่ยนช่อง
บางวันยังคิดเลยว่า นี่ใช่ตัวเราจิงๆหรอ
ทำไงได้หละ
ก้อเลือกแล้ว เลือกเองที่จาดำเนินชีวิตแบบนี้
ก้อต้องสู้กันต่อไป
ถ้าถอยก้อไม่ใช่แพรแล้ววว
ใครกันจาเชื่อออ...
การเรียนนี่เปลี่ยนคนได้จิงๆ
April 19 เปิดซิงค์...อาหารเกาหลีโอ้วโห....
บอกใคร ใครจาเชื่อว่าคนอย่างเรายังไม่เคยกินอาหารเกาหลีแบบเรียลๆ
ที่ต้องนั่งในร้าน...
เออดิ...เราได้แต่กินจำพวกมาม่าเกาหลีซะเปนส่วนใหญ่
ก้อมันยากกว่าจาหาร้านและเวลาที่จาไปกิน...จิงมั้ย
จนวันนึง ไอ้แพรวก้อมาแนะนำร้านอาหารเกาหลีแบบเกาหลี
เปนคนเกาหลีทำเลย ร้านแบบโทรมๆได้ใจ ชอบบบ!!
มันดูเปนเกาหลีดี บรรยากาศ guest house เกาหลีไรทำนองนี้
อยู่ตีนสะพานพระปิ่นเกล้า...ไม่ใกล้ไม่ไกล
น่าไปลองซะจิงๆๆ
แต่จนแล้วจนรอด
เราก้อยังหาเวลาที่ลงตัวกับผู้ร่วมขบวนการไม่ได้ซักที
ได้ข่าวว่าเตรียมการตั้งแต่ก่อนมิดเทอม
จนตอนนี้เราเรียนจบ....
ต้องขอบคุนไอ้จิ๊บบบ
ผู้ที่เราไม่คิดมาก่อนว่ามันจาเปนคนไปร้านนนี้กับเรา
เพราะโดยพื้นฐานแล้วก้อไม่ใช่คนที่ขยันไปอะไรขนาดนั้น
ต่อให้อยากกินมากเท่าไหร่ก้อตาม
ถ้าไม่มีเพื่อนกิน...
หน้าอย่างเราไม่มีทางจาออกไปนั่งกินข้าวนอกบ้านคนเดียวอย่างแน่นอน...
กินคนเดียวมันเหงานี่ แถมจากินไม่อร่ยเอาเสียด้วย
จนเมื่อก่อนสงกรานต์
เราก้อได้คุยขำๆเล่นๆกับไอ้จิ๊บ
แล้วมันเจือกอยากกินอาหารเกาหลี
ไอ้เราก้อลืมไปว่า.. เรื่องกิน...ไอ้จิ๊บพร้อมเสมอ
ในที่สุด...
หลังจากการนัดแนะ วันและเวลาเปนที่เรียบร้อย
วันนี้ ก้อเปนวันตรงตามที่นัดหมายไว้
11โมงเช้า
เราก้อขับรถเอื่อยๆอย่างสบายใจไปตามถนนสายเดิมๆ
ที่ผ่านเปนประจำ ที่จิงหลับตาขับยังไหวเล้ยยย
เพราะคิดว่าไปทันเวลาชัวร์ ไม่เลท
แต่แล้วก้อต้องเหงื่อไหลพรากกกกกก
เพราะรถแอบติดแถวหน้าโลตัสจรัญ...ซึ่งวันเสาร์อย่างนี้ ไม่น่าจาติด...
เราเลยต้องอาศัยวิชามาร
หลบหลีก ปีนป่ายจนหลุดรอดจากกับดัก
ผ่านพ้นมาจนถึงท่าพระจันทร์
ซึ่งเปนไปตามคาด
ไอ้จิ๊บมาก่อนเราเช่นเคย
ไม่ต่างจากวันที่ไปงานหนังสือเลย แหะๆๆ
กว่าจาวนหาที่จอดรถในทำมะสาด
ซึ่งยากกว่างมเข็มในมหาสุทรซะอีก อะรัยทำนองนี้
เที่ยงงงง
ก้อได้เดินจ้ำอ้าวไปหาคุนเพื่อนที่ลานโพธิ์
แล้วก้อเดินด้วยความเร่งรีบเพราะแดดร้อนเหลือเกิน
จนเราแสบหน้าแสบผิวไปหมด
กว่าจาถึงร้านซึ่งอยู่แถวพระอาทิตย์
ก้อทำเอาเราทั้งคู่ หัวเปียก เสื้อเปียก...
ยิ่งไปกว่านั้น...กางเกงยังเปียกด้วยเลยคร๊าบบ พี่น้อง คร๊าบบบบบบ!!
ต่างคนต่างสั่งอาหารอย่างที่ไม่คาดคิดและจินตนาการว่า...
มันจะเยอะได้ถึงเพียงนี้
แค่เหนจานแรกที่ไอ้จิ๊บสั่งมา
ก้อนะ...อื้มมมมม อิ่มทั้งๆที่ยังไม่ได้กิน
พอจานที่สองขิงเรามาก้อเกือบอ้วกออกเลยทีเดียว
จาเยอะไปไหน...คนค่า ไม่ใช่ควาย
นึกถึงใบเตย ซูโม่ ขึ้นมาเลยทันที
ถ้าพวกมันอยู่ คงช่วยได้เยอะ
อาหารคงไม่เหลือบานขนาดนี้
ก้อไม่อยากเปนคนกินทิ้งกินขว้างหรอกนะ
แต่พุงน้อยๆหุ้ยๆของเรานั้น
มันตึงจนจาปริ
ถ้าท้องคงท้องลูกแฝด5เปนแน่
แต่...
ที่พูดนักพูดหนาว่ากินกันไม่ไหวแล้วนั้น
หุหุหุ...เรายังเดินเท้าต่อไปเพื่อไปกินเค้กร้านโปรดของพี่ดาว
เดินกันมันเลย อิอิ
แอบแกล้งพาอีจิ๊บไปทรมานตากแดดตากลม
ซึ่งงง...ท่าทางเราจะป่วยก่อนมัน
ไม่เจียมตัวเลยเรา
เพราะมันนะ ทั้ง ถึก อึด ทน ไม่มีทางป่วย
ถึงจาป่วยมันก้อชอบ
เมื่อกินทุกอย่างเสดสิ้น
ก้อได้เวลานั่งโม้กันไม่สนใจสภาพอากาดภายนอก
ใช่ซี่..ตอนนี้อยู่ในห้องแอร์
กำลังคุยออกรสได้ซักพัก
เราก้อตกใจกับเสียงฟ้าร้อง น่ากลัวเชี่ยๆๆ
ได้แต่มองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายและตะโกนบอกคนที่ร้านว่า...
พี่คะ..เก็บตังค์เลยค่ะ
คนที่ร้านเค้าคงดีใจ
แบบว่าอีสองตัวนี้แช่ตูดอยู่ในร้านนานเหลือเกินน
พอออกมานอกร้าน
เราก้อได้แต่ภาวนาว่าฝนจ๋า..อย่าเพิ่งตกเลยนะ
ขอให้เดินไปถึงรถก่อน
ซึ่งรถก้อยู่หน้าหอประชุมธรรมศาสตร์
เดินได้ถึงหน้าตึก BBA ...
ฝนก้อตกแบบไม่เกรงใจเรา
เอ้อ...เอาเลยเว้ย ถือว่าเปนควันหลงสงกรานต์ก้อแล้วกัน
ในที่สุดก้อต้องใส่ตีนหมาวิ่งกรูขึ้นรถไปทันที
เราก้อวนไปส่งจิ๊บแถวไหนนี่แหละ
ไม่เคยไปแล้วถ้าให้ไปอีกก้อจำไม่ได้
ที่รอดกลับมานั่งพิมอยู่นี่อ่ะนะ
ก้อได้ความอนุเคราะห์บอกทางจากพี่ดาวที่น่ารัก
ที่รู้ว่าน้องคนนี้มันความจำสั้น แถมไม่ค่อยรู้เรื่อง
ใจเยนกับความโง่ของเราได้เปนอย่างดี ไม่มีพี่ดาวน้องแพรคงแย่
ที่จิงไอ้จิ๊บก้อให้โทรไปหาได้ แต่ก้อนะ อิอิ
มันยังไม่รู้ว่าประสิทธิภาพในการรับรู้เราเรื่องเส้นทางนั้น
มันง่อยแค่ไหน มีพี่ดาวคนเดียวเท่านั้นที่รับมือกับเราได้
คิดแล้วก้อนะ ทำไมเราอ่อนอย่างเน้...
เราโผล่แพรดๆๆไปถึงสยาม
ไปรับไอ้น้องแพรวหน้าหนอนกลับมาบ้าน
คือมันไปติวกับเพื่อนๆอ่ะนะ
เพื่อการศึกษาน้อง เราทำได้
แต่เพื่อการศึกษาและหน้าที่การงานเรา
ไม่เหนพี่กบทำให้เราบ้างเลย
ฮ่าๆๆๆ งานเจ้เรายุ่ง คงไม่มีเวลาหรอก จิงมั้ย
แค่วันๆนึงยังจำได้ว่าเรายังมีตัวตนบนโลก
แค่นี้ก้ออลังการแย้วววว
เว่อร์ป่ะ 555+
ถ้าเจอตัว อนุญาติให้ตบตีได้ตามสบาย
น้องแพร ย อ ม ม ม ม ม . . .
เฮ่อ....
เริ่มรู้สึกว่าพิมมายาวแล้วว
เด๋วใครเค้าจาขี้เกียดอ่าน
จิงๆแล้วก้อคงไม่มีใครเข้ามาอ่าน
แค่บ้า เพ้อ และ อยากจาเขียน
โอเค...เราจาปิดการเขียน blog นี้แล้วนะ
เอาเปนว่า... ภารกิจของเราที่ลุล่วงมาได้นี้ก้อยากอยู่
และผ่านการช่วยเหลือจากหลายคน
แท๊งค์กิ๊วๆๆๆ นะคะ
อิ อิ
แล้วเราก้อได้พุงอืดอย่างมีความสุข...อีกวัน
April 16 ยุ่งเหยิง วุ่นวายเบื่ออ่ะ
ไม่ใช่ว่าเบื่อที่ไม่มีไรทำนะ
แต่เยื่อที่อะไรๆ เข้ามาพร้อมๆกัน
จนเราตั้งรับไว้ไม่ทัน ทำตัวไม่ถูก จัดระเบียบไม่ได้
เลือกไม่ถูก นี่ก้อปันหา
ก้อได้แต่หวังว่าหลังวันที่ 21 นี้
ทุกๆอย่างคงคลี่คลาย
จะได้ปรับโฟกัสชีวิตให้มองเหนเปนรูปเปนร่างเสียที
ตอนนี้...บอกได้คำเดียวว่าเบื่อ... December 23 M i d T e r Mอารายกานเนี่ยยยย
ยังไม่ทันเริ่มเรียนเลย จาต้องมาสอบแล้วซะง้าน
เฮ่อ...จาเอาความรู้จาซอกไหนของสมองเอาไปสอบฟระ
เบื่อจิงๆ แต่ละวิชาก้อน่าเรียนเชียว
เปนเพราะคนสอนเลย น่าเบื่อสุดๆ (ไม่ยอมโทดตัวเอง)
โอ๊ยยยๆๆๆ นี่หนะหรือเทอมสุดท้ายของเรา
ดูเหมือนว่า อะไร อะไร ช่างรุงรังเหลือเกิน
วุ่นวายไปหมด ของชีทก้อเบ้อเริ่ม
จนไม่รุว่าจาเริ่มยังไง อ่านตรงไหน
เพราะไม่เคยเรียน นั่งเล่นโม้แอนด์ตลกแดกตลอด
ฮือๆๆๆ คราวซวยมาเยือนแล้วเรา
คงต้องพึ่งสิ่งศักสิทธิ์สถานเดียววววว
ไม่อยากสอบเลย
ทำไมต้องสอบด้วยฟระ
ให้ทำอย่างอื่นแทนได้ไหม๊
น้องแพรเกลียดการสอบ
อยากเรียนจบๆไปเลยอ่ะนะ
ในเมื่อเทอมนี้เปนเฮือกสุดท้าย
เรากะว่าจาสู้ตายยย
แต่เหนทีเหมือนจาตายก่อนสู้ยังไงก้อไม่รุ
ไม่เอาน่า
ช่วยให้กำลังใจตัวเองนิดนึง
เคว้งโว้ยย
ไม่รุจาอ่านอารัย
ฮือๆๆๆ
ใครก้อได้ช่วยแพรที....
สาธุ
ขอให้การสอบครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ได้คะแนนเยอะๆ
ว่าแล้ว เราก้อไปจัดระเบียบชีทดีก่า
จาได้เริ่มอ่านมันซะที
บ้ามามากพอแล้วแหละ
ก่อนที่ไฟจาไม่ใช่แค่รนตู๊ดส์แต่มันจาเผาตู๊ดส์ของเรา
ไปแล้วววๆๆๆ
PS: เครียดโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
December 02 Virgin Hitz Award 2007เช้าวันเสาร์ที่แสนสบายยย
อากาดเยนๆยามเช้าทำให้เราต้องตื่นขึ้นมา
และสูดดมความเยนเพื่อสะสมเข้าร่าง hotๆ ของเรา
แต่แล้วทุกอย่างก้อต้องสะดุด
เมื่อเสียงทอสับที่คุ้นเคยดังกังวาลออกมาจากห้องนอน
เสียงปลายสายที่ดูคึกครื้นสดใสร่าเริงก้อส่งเสียงออกมาว่า...
"น้องแพร...ตื่นรึยัง"
แหมๆๆ ถ้ายังไม่ตื่นคงไม่มารับทอสับเปนแน่
สรุปได้ว่า พี่กบโทรมาถามว่าเราจาออกไปงานกี่โมง
ตอนแรกกะออกจากบ้านตอนบ่ายสอง
แต่เจ้ชวนให้ออกมาตอนเที่ยง
จาได้เจอกันก่อนเจ้เข้าไปแต่งหน้าแต่งตัว
ด้วยความที่ว่าเราเปนน้องที่ดี เลยจัดการปลุกไอ้แพรว
แล้วโทรไปบอกพี่ดาวเรื่องการเปลี่ยนแพลนเวลา
จากนั้นก้ออาบน้ำแต่งตัว
ได้ข่าวว่านักกันจิงๆประมานเที่ยงครึ่งที่ central world
แต่เราออกจากบ้านตอนเที่ยงนิดๆแถมรถติด
เลยถึงตอนเกือบบ่ายสอง
ซึ่งเจ้กบก้อเข้าไปแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
สรุปคือ ไม่เจอนั่นเอง
ก้อนัดเจอกับพี่พูนว่าจะมาเจอกันที่ไหนอะไรยังไง
จาได้อยู่ด้วยกันตอนเข้างาน
ในที่สุดก้อมาเจอกันที่หน้า counter จัดงาน
เราก้อตลกกับเพื่อนๆน้องๆ
ส่วนพี่พูนก้อทำหน้าที่เปนตากล้องถ่ายรูปเก็บภาพต่างๆ
โดยเฉพาะภาพเจ้กบ หุหุหุ
ได้ข่าวว่ามารอตั้งแต่บ่าย3
4โมงกว่าถึงได้เข้าไป section ด้านใน
คุ้มมากๆ เหนคนมากมายจำพวกนักร้องไรงี้
ชอบค่ะชอบบบบบบ
มีของกินให้ตลกแดกด้วยแต่ไม่ค่อยกินหรอก
เพราะกัวโรคไส้ตรงกำเริบ...
วุ่นวายกับการมองดูคนนู๊นคนนี้ได้ซักพัก
พี่พูนก้อสะกิดให้ดูว่าพี่กบเดินออกมาแล้ว
เราเลยวิ่งไปทักทาย แต่ผลที่ได้นั้นคือ
น้องแพร พี่กบฝากกระเป๋าหน่อยนะ...ดูให้ดีๆหละ
เลิกงานแล้วเด๋วพี่กบจามาเอา...
เหนหน้าปุ๊บ ใช้งานกันปั๊บ
ถ้าคิดเปนชั่วโมงคงรวยไปแล้วววว
แหมๆๆๆ ล้อเล่น เพื่อพี่สุดเลิฟ น้องแพรทำให้ได้...
เราก้อกริ๊ดกร๊าด ถ่ายรูปชาวบ้านชาวเมืองแถวนั้น
วิ่งซะให้วุ่น พล่านซะให้ทั่วบริเวรที่เค้าจัดไว้ให้พวกเดกพิเศษอย่างเรา (ใช่ออทิสติครึป่าว?)
ขอบอกว่าโต๋น่ารักมากๆๆ คนอะรั๊ยยย หน้าตาดีแล้วยังเก่งอีก ชอบโว๊ยย...
ดูเหมือนมีนักร้องแถวนั้นหลายคนมากๆ แต่เราก้อมุ่งประเด็นไปที่พี่โต๋คนเดียว
ไม่ค่อยจะลำเอียงเลย ฮ่าๆๆ ทำไงได้ เมื่อมีโอกาสเราก้อต้องคว้าเอาไว้!!
แต่เราไม่ได้บ้าถ่ายแต่โต๋นะ
พวกพี่บอย พี่นานา ดีเจภูมิ-เพชรจ้า ดีเจบีม เราก้อไม่พลาด
รวมถึงบุคคลสำคัน นั่นก้อคือ "เจ้กบ" หุหุหุ
กว่าจะได้เข้างานก้อรากงอกแบบเกินบรรยาย
น่องปวด แถมยังต้องไปยืนหน้าเวทีอีก
เอาวะ อย่างน้อยก้อเหนหน้านักร้องชัดก้อแล้วกัน
ช่วงแรกก้อยืนกริ๊ดดดดดด
30นาทีผ่านไปเริ่มนั่งกองกับพื้นด้วยความเมื่อยและหมดแรง
ลุกขึ้นมาดูบ้างเปนช่วงๆ
ขึ้นอยู่กับความดีของหน้าตานักร้องที่ขึ้นมาเล่นคอนเสิร์ต
จบงานก้อนะ เสียงเปนกระเทยกันถ้วนหน้า
แต่หนุกได้ใจ ชอบๆๆๆ
เราก้อออกไปรอพี่กบเปนเพื่อนพี่พูนที่หน้างาน
กว่าป้าแกจาออกมาก้อนานแสนนาน
แต่ก้อดีเพราะเราจาได้ไม่ต้องไปฉกชิงวิ่งราว
แย่งคนเปนพันๆลงลิฟท์กลับไปชั้นล่าง
พอเจ้กบออกมา
ก้อมีคนมากมายมาขอถ่ายรูป
เรา ไอ้แพรว ไอ้จูน พี่ดาว ก้อนั่งรอดูคนมาขอเจ้กบถ่ายรูป
ส่วนพี่พูนก้อทำหน้าที่เปนตากล้องแฝงเข้าไปเก็บภาพ
เปนการถ่ายรุปที่คนเข้ามาเรื่อยๆเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด
แต่เราไม่เบื่อเพราะเรากำลังชาร์ตพลังด้วยการนั่งพักรอ หุหุหุ
ถ่ายกันเสด เราก้อเดินไปลงลิฟท์
เพื่อไปเอารถ
ก้อลงไปพร้อมกับพี่พูน พี่กบ พี่นานา ดีเจภูมิไรงี้
ประมานว่าพี่ดาวต้องเก็บไปฝันหวานแน่ๆ
เพราะมันชอบดีเจภูมิมากๆๆๆ
เมื่อถึงลานจอดรถ
ต่างคนก้อต่างแยกย้าย ร่ำลากานกลับบ้าน
ส่วนพวกเราก้อเดินหารถประมานสามชาติ
คือจำไม่ได้ว่าจอดไว้ไหน แหะๆๆ
พอดียืมสมองปลาทองมาใช้ชั่วคราวหนะ
พอหาเจอก้อพากันไปวนหารถพี่ดาวที่จอดอยู่ใต้ดินกว่าเรา
ยังหาไม่ทันเจอ พี่กบก้อโทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว
เราก้อตอบไปว่า ยังวนอยู่ในลานจอดรถอยู่เลย
พี่กบคงเอือมๆว่าความฉลาดของไอ้แพรนี่หายากจิงๆ
โดยเจ้ทิ้งท้ายว่า ขับรถดีๆ ถึงบ้านแล้วโทรบอกเจ้ด้วย...รับทราบค่า
ก้อนะกว่าจะหารถพี่ดาวเจอก้อยาวนาน หลงไปทั่วลานจอดรถ
กว่าจาถึงบ้านก้อไปผจญภัยพาไอ้จูนไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ
ของรถไฟฟ้าใต้ดินแถวรัชดา ไรงี้ ขับกันมันเลย
กว่าจาถึงบ้านก้อเกือบเที่ยงคืน
หมดแรงมากๆ
และแล้วเราก้อโทรไปรายงานพี่กบว่าถึงบ้านแล้ว
ส่วนพี่กบก้อบอกว่าช้านหิวมากเลยหาอาหารญี่ปุ่นกินอยู่
เราก้อตกใจ ถามว่ากินที่ไหน ดึกขนาดนี้ยังมีร้านเปิดอยู่หรอ?
คือเราก้อหิวเหมือนกันหนะ
แต่คำตอบที่ได้มาคือ อาหารญี่ปุ่นตอนดึกทำไมจะไม่มี
ที่บ้านไม่มีมาม่ารึไง ม่ามาก้อคือราเมง ใช่อาหารญี่ปุ่นป่ะหละ!
ยิงมุกกันมาอย่างนี้เลยรึ แทบจะโดดรับไม่ทัน หงายหลังเลยนะเนี่ยย
ผู้หยิงคนนี้ เค้าแรงจิงๆ ต้องขอคารวะ!!
เอาเปนว่าเราต้องขอจบด้วยมุกกวนๆของเจ้กบแล้วกัน
ไว้มีไรตื่นเต้น ฮาๆ หรือ กิจกรรมพิเศษ
เราก้อจามาอัพใหม่
สำหรับ blog นี้เราไปก่อนดีก่า
หุหุหุ
November 16 ติ ด เ ก า ะกู ด กู ด กู ด
เ ก า ะ กู ด ด ด ด ด ด ด ด
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าช่วงเวลาที่เพิ่งเปิดเทอมอันแสนจะยุ่งเหยิง
เรากลับได้หลบหลีกลี้ภัยไปแสวงหาความสุขสนุก ณ เกาะกูด
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้พี่สาวสุดที่เลิฟของน้องแพร
นั่นก้อคือ เจ้กบ!!!
ที่ชวนน้องจอมวุ่นวายและแสนซนอย่างเราร่วมทริปนี้
โดยพี่กบโทรมาชวนล่วงหน้าเกือบเดือนและน้องแพรก้อไม่ปฏิเสธ
เพราะถ้าใครรู้จักแพร คงรู้ว่าแพรชอบทะเลแค่ไหน
ถ้าใครชวนไป รับรอง ไม่มีพลาดดด
การติดเกาะครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 Nov
โดยพี่กบนัดน้องแพรให้ไปเจอที่ virgin ตอนประมาณ 6 โมงเยน
แต่ด้วยความที่รถตืดมหาโหด มันคือวันศุกร์ค่า
แล้วเส้นสุขุมวิท เฮ่อ...ก้อรู้ๆกานอยู่ รถติดสาดดดดๆๆ
กว่าจะถึงก้อ late เกือบ 2 ชม. แหะๆ
แต่เจ้สุดน่ารักก้อไม่ว่าอะไร แถมนั่งดื่มไวน์ไป ทำงานรอเราไปซะง้าน
พอเจอหน้ากัน ความบ้าคลั่งของแต่ละคนก้อแผ่ซ่านอย่างฉุดไม่อยู่
เราก้อเอารถไปจอดที่คอนโดเจ้ แล้วก้อขนถ่ายย้ายของไปรถเจ้กบ
แล้วนั่งแบบหวาดกลัวเพราะ style การขับรถเจ้เนี่ยยยย...หลอนเปนบ้าเลย
ช่วงแรกๆก้อคุยแบบคนบ้า หลังๆเริ่มคุยเรื่องผี กลัวกันไปตามๆกันเลยยยยยยย
ไม่นานเราก้อไปถึงบ้านพี่พูน(แฟนเจ้) เมื่อเอาของลงเสด...
ก้อได้เวลาตลกแด๊กซ์...กินข้าวจนพุงกางเลย
จากนั้นก้อไปนอนเล่นผึ่งพุงดูหนังจนจบ มันก้อดึกแล้ววว
เลยโดนลูกเพ่ไล่ไปอาบน้ำ แล้วเราก้อหลับไปดดนไม่รุตัว
โดนปลุกอีกทีก้อนะ ก้องัวเงียเดินไปขึ้นรถเพื่อจะออกเดินทางงง
กว่าจะได้เดินทางจิงๆก้อย้ายไปรถเพื่อนพี่พูน เราก้อเดินหลับตาขึ้นรถไปนอนต่อ
เลยยังไม่เหนหน้าว่าพี่ๆคนอื่นๆหน้าตาเปนไงบ้าง
ทำไงได้ ก้อตามันลืมไม่ขึ้นจิงๆนี่ คนมันง่วงมากๆๆ
รู้สึกตัวอีกทีก้อเช้าแล้ว เช้ามากๆ คือถึงตราดแล้ววววว
โดนปลุกให้ไปเดินตลาดในเมืองยามเช้า ตาก้อเกือบลืมไม่ขึ้นตามเคย
ซักพักพอตาสว่างก้อเริ่มไหว้พี่ๆทุกคนให้ทั่วกาน
ผู้ร่วมขบวนการในทริปนี้มีถึง 12 คน โหลนึงพอดีเลย
เมื่อหาอะไรกระแทกปากยามเช้าเสดก้อไปถ่ายรูป
เที่ยวที่ต่างๆในเมืองตราดรอเวลาขึ้นเรือไป เกาะกูด
โอ้โห...เที่ยงๆได้มั้งที่ได้ออกจากท่าเรือ...
ด้วยความที่เราฟาดยาแก้เมาไปเลยทำให้เราหลับ
all da way through Kho Kood!!
พอถึงฝั่ง เราก้อตะลึงกับน้ำใสๆ ปลาสวยๆที่ว่ายอยู่รอบๆท่าเรือ
เหมือนตอนไป พีพี เลย ที่นี่สวยกว่าที่เราคิดไว้มากมาย
เมื่อเก็บของ ดูห้องพักเสด ... then...lunch time!!
อาหารเยอะมากๆแถมอร่อยด้วย กินเสดก้อกะจะผึ่งพุง
แต่...activity แรกก้อเริ่มขึ้น
นั่งเรือออกไปอีกแล้ว
ไปเดินป่าเพื่อที่จะไปพิชิตน้ำตกที่มีชื่อว่า น้ำตกคลองเจ้า
สวยดี น้ำเยนมากๆ เราแค่เอาทีนแหย่ๆ ไม่ได้ลงทั้งตัวหรอก กัวๆๆ
เสดจากการเที่ยวน้ำตก
เราก้อ back to resort มากินหนมหวาน
โดยคุนเจ้กบได้คิดสูตรใหม่ มันเอาทุกส่วนผสมมารวมกัน
ไม่ว่าจะเปน เฉาก้วย ลูกชิด หนมปัง ราดด้วยเฮลบลูบอย
อ่ะ อ่ะ อ่ะ คิดว่าไม่แปลกใช่หม๊ายยย ก้อเพราะมันไม่มช่แค่นั้นหนะสิ
ป้าแกเล่นเอาผงโอวันตินใส่ลงไปด้วย กะทำเปนของหวานภูเขาไฟ
เปนไงหละ กินไม่ได้เลย ได้ข่าวว่ารสชาติแย่เกินคำบรรยาย
ในที่สุดก้อต้องมาแย่งของน้องแพรกิน ... ทำไปได้ เจ้เรา
เมื่อเติมพลังกันแล้ว
พวกเราก้อเคลื่อนย้ายกองทัพ เดินหน้ากันต่อ
ไปที่ริมหาด...
พี่ๆผู้ชายก้อเล่นบอล อะไรไป
ส่วนกุลสตรีอย่างเรานั้นหรอ ไม่อยากจะพูดเล้ยยย
เรากับเจ้กบพายเรือแคนนูกาน เปรี้ยวไหม๊หละ
ปวดแขนทั้งคืนกันเลยทีเดียว
การพายเรือครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่า ป้ากบว่ายน้ำไม่เปน ฮ่าๆๆๆ ขำหวะ
ตอนแรกคิดว่าโดนอำ แต่นะ ดูจากสภาพการแล้ว มันคงจิง
พายเสดเราก้อไปเล่นถมทรายใส่เจ้
ก่อนที่จะโดนไล่ให้ไปอาบน้ำ เพราะเด๋วดึกๆจะอาบไม่ไหวเพราะน้ำมันเยน
เออๆๆ อากาดที่นี่หนาวนิดๆ แล้วที่รีสอร์ทก้อนะ ไม่มีน้ำอุ่น สุดทีนเลยคร่า
เมื่อทำตัวให้หอมแล้ว ก้อไปนั่งรอที่บริเวณร้านอาหาร ที่กินข้าวของเรา
รอเวลาที่อาหารจะมาตกถึงท้องที่หิวโหยของเราๆ
คุ้มกับการรอจิงๆ อาหารที่มานะ ขอบอกว่าสุดยอดดดด
เยอะ อร่อย แถม มีให้กินได้ไม่อั้น
พุงกางกันไปเปนแถวๆ
กินเสดก้อนังตลก ขำ โม้กันต่อ
โดยสาวๆอย่างเราก้อนั่งโม้กัน ส่วนมากเราจะเปนผู้ฟังที่ดีซะมากกว่า
เนียนนั่งกับผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆๆๆ
พอเวลาอันสมควรแก่การเข้านอนมาถึง
ต่างคนก้อต่างแยกย้ายกันไปนอน
เราก้อหลับเปนตายเลย เหนื่อยโคดๆ
กะนอนตื่นสายๆ แต่เฮ่อ 7 โมงเช้าเราก้อตื่น
เลยลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมานอนอ่านหนังสือ
8 โมงกว่า ก้อได้ยินเสียงหลอนๆมาเรียกให้ไปกินข้าวเช้า
เราก้อกินเล้กน้อยเนื่องจากโดนบังคับ
คือปกตื เราไม่กินข้าวเช้า กินเรว ก้อ แพลดดดๆๆเรว
9 โมง ก้อได้เวลาออกเดินทางไปดำน้ำ
ดำจนตัวดำปิ๊ดปี๋เลยยยยย
แต่สนุกโคดดดๆๆ
ตอนพักกินข้าวกลางวันเราได้เล่นปูเสฉวน
ที่ออกมาเดินซะให้พล่านริมหาด โคตรหนุกเลย
ชอบๆๆ เล่นไปทั่วจนลืมว่าที่ทีนได้แผลจากการแกว่งเท้าหากิน&หอย
จนโดนบาดเปนทางยาวถึง 2 รอย
ตอนแรกไม่คิดอะไร คิดว่าแค่ถลอก แต่ตอนกลับมาดูที่รีสอร์ทหนะ
มันไม่ใช่แค่ถลอกเลย แต่มันมีเลือดไหลออกมาด้วยยย
การดำน้ำครั้งนี้ เราลงไปแถทุกจุด
พยายามไล่จับน้องปลาน้อย แต่ก้อไม่สามารถ เซงๆๆๆ
ตลอดทางที่มา เราไม่มีอาการเมาเรือเลยซักนิด
แต่ไอ้ช่วงสุดท้ายที่จะเดินทางกลบัหนะสิ
โอ้โห...อาหารเที่ยงที่กินไปอย่างมหาศาล
เกือบได้ปล่อยกลับลงสู่ทะเลเปนอาหารให้กับฝูงปลาทะเลซะแล้ววว
เราก้อนั่งหลับตาตลอดทาง สวดชินบัญชรแบบ remix
ภาวนาให้ถึงรีสอร์ทเรวๆ พอถึงเราก้อรีบลงจากเรื่อ
คลานไปนอนตายที่โต๊ะกินข้าวทันที
โอ้พระเจ้าจอร์จ มันจะอ้วกเอาให้ได้
แต่ด้วยทักษะการ hold อ้วกสูง เราเลยข่มมันไว้ได้
พอพักจนหายโคลงเคลง
เราก้อกลับห้องไปอาบน้ำแล้วออกมาบ้ากับเจ้
บ้าอะไรหนะหรอ ก้อถ่ายรูปไง
โพสท่าจนเอวเคล็ด...(มีเอวด้วยหรอเรา?)
วิ่งพล่าน ปีนป่ายไปทั่วโขดหิน
จนลืมไปว่าเท้าเจ็บ ที่จิงก้อเจ็บแต่เรื่องสนุกต้องมาก่อน
ไว้ไม่ได้ทำไรค่อยเอาเวลานั้นมาเจ็บ หุหุหุ
ก้อเล่นจนถึงเวลาอาหาร
วันนี้ก้อกินอย่างไม่บันยะ บันยังเช่นเคย
กินจนรู้สึกเกรงใจยังไงก้อไม่รู้
เกิดเรื่องขำๆกับเจ้ด้วยยย
คือก้างติดคอ เราก้อเนียนช่วยทุบหลังให้
ที่จิงแล้วเราแกล้งทุบแรงๆ ฮ่าๆๆ แกล้งมันๆๆๆ (เลวเนอะ?)
ไม่นานพอเจ้ปั้นข้าว+กระดกน้ำตาม ก้างก้อหายไป
มีการบรรยาย position ของก้างว่ามันทิ้มลงมาที่คอมุมไหนด้วยนะ
จินตนาการสูงมากๆ ทำให้เรารู้ว่าเราติดเชื้อนี้มาจากใคร
ปันหาเรื่องอาการบาดเจ็บของเท้าน้อยๆเราเริ่มก่อตัวขึ้นหลังจากกินข้าว
ฮือๆๆ ปวดทีนโครดๆ สงสัยมันเริ่มช้ำจากการที่เราไปปีนป่าย
โดยลืมไปว่าเท้าเปนแผลอยู่...
โดยพอเราจะเดินไปเอาทิชชู่ อาการตึงของแผลก้อเกิดขึ้น
เรางอเท้าแรงไปนิ๊ดส์นึงเองนะ แต่แผลเจือกปริ เลือดอีกแย้วว
เลยร้องโอ้ยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ก้อมันเจ็บจิงๆนี่นา
เลยแอบเกรงใจพี่กบที่ไปหาปาสเตอร์มาให้เรา แหะๆ เกรงใจจัง
เมื่อทำแผลเสด เราก้อหลั่นล๊าได้ต่อ หุหุหุ
พอดึกๆ ก้อมีโปรแกรมไปตกหมึกกาน
ออกเรือไป เปนการนั่ง real เรื่อประมงครั้งแรกในชีวิตของเรา
แต่...การตกหมึกครั้งนี้ดูจะไม่เปนผลเพราะ ตกอะไรไม่ได้ซักตัว
ไม่ได้อะไรกลับมาเลยจิงๆ พอถึงฝั่งก้อได้แต่เดินอิดโรยกลับไปนอน
เอาอีกแล้วววว
เราตื่นเช้าอีกแล้ววว
ก้อลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วก้อดดนพี่กบเรียกให้ออกไปกินข้าวตามสูตร
กินเสดเราก้อกลับมาที่ห้อง มาตะกุยหาสมุดวาดรูปของเรา
เอามันออกมาขีดๆเขียนๆ ไหนๆก้อเอามาแล้ว ต้องได้ซักรูปกลับไป
ไม่ง้านเสียดายแย่ แล้วเราก้อทำสำเรด เสดไป 1 รูป
ก้อไม่ถึงกับพอใจในผลงาน เนื่องจากดินสอเเละเวลาไม่อำนวยเท่าที่ควร
แต่ก้อพอถูๆไถๆได้บ้าง (ปลอบใจตัวเอง)
และแล้วเวลาที่เราไม่อยากให้มันมาถึงก้อมาถึง (งงไหม๊)
ก้อคือเวลาที่เราจะต้องกลับไง ฮือๆๆ ยังไม่อยากกลับเลย
ยังติดใจกับกิจกรรมต่างๆ สนุกเปนบ้า ชอบโคดๆ
แต่ก้อนะ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา (ยังไม่ชินอีกหรอ)
พอถ่ายรูป เก็บความประทับใจกันเสดก้อขึ้นเรือกลับ
เรากับเจ้ก้อคึก ยืนโยก กรี๊ดกันบนเรือ
คึกได้ไม่นานก้อหมดแรง เลยหลับจนถึงฝั่ง
เราหนะหลับจนถึงฝั่งแต่ไม่รุป้าแกหลับรึเปล่า
เมื่อขาวของต่างๆขนเสด เราก้อขึ้นรถกลับไปยังที่สำนักงานของบริษัททัวร์
ที่พี่ๆเค้าเอารถไปจอดไว้ก่อนไปขึ้นเรือ
ก้อพักเหนื่อย กินน้ำ เข้าห้องน้ำกัน
พอเสดพิธี ก้อได้เวลาออกเดินทาง
เราก้อชิงสลบก่อนใครตาม concept
โดนปลุกให้ลงไปตามจุดที่แวะต่างๆเปนระยะๆ
ทั้งที่ จันทบุรี ระยอง เปนต้น
จุดสุดท้ายที่จำความได้ก้อเปนที่ระยอง
แวะกินข้าวกาน อาหารมีให้เลือกมากมายจนตาลาย
แต่แล้วเราก้อกินไรที่ basicๆ ตามเคย แหะๆ
กินเสดก้อขึ้นรถ แล้วหลับๆๆๆ
หลับจนถึงบ้านเพื่อนพี่พูนที่เอารถเจ้ไปจอดทิ้งไว้
เมื่อขนถ่ายย้ายของเสด
เราก้อกลับไปกับพี่กบและพี่พูน
โดยทั้งสองพาเราไปส่งที่คอนโดเจ้เพื่อเอารถเรา
จากนั้นเราก้องัวเงียขับรถกลับจนถึงศาลายาตอนเกือบๆเที่ยงคืน
กลับมาได้ด้วยเว้ยเรา
ก้อไม่ได้กลับมาอย่างโดดเดี่ยว
เพราะเรามีพี่ดาวคุยแก้ง่วงเปนเพื่อนเราตลอดทาง
คนอะรั๊ยยยย น่ารักเจงๆ
ส่วนคุนพี่สาวสุดที่รักก้อโทรมาเชคสภาพว่าเราถึงไหนด้วยเหมือนกัน
เอาเปนว่าเราขอสรุปว่า ทริปนี้ช่างเปนการเที่ยวที่คุ้มค่ามากๆ
มีกิจกรรมที่ต้องทำแถมยังสนุกมากๆอีกด้วยแบบไม่มีเวลาให้พัก
สุดยอดจิง อยากไปอีกจัง ชอบบบบๆๆๆ
ขอขอบคุนพี่กบอีกครั้งที่ลากน้องแพรไป
ถ้าเจ้ไม่ชวนไป ชาตินี้แพรก้อไม่รุว่า
จะมีโอกาสได้มาเหยียบเกาะกูดรึเปล่า
เปนทริปที่ไม่คิดว่าจะได้มีส่วนร่วม แถมมากับเจ้อีกต่างหาก
ไม่รุว่าเจ้จำได้ไหม๊ว่าเราเจอกันครั้งแรกที่หัวหิน
แล้วก้อไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลย
การมาเกาะกูดครั้งนี้ถือเปนการออกต่างจังหวัดครั้งแรกของน้องแพร
ที่ได้ไปกับเจ้กบเลยนะเนี่ย ฟังดูหรูไหม๊ กร๊ากๆๆ
โอเคๆ
ถ้ามีใครได้มีโอกาดอ่านมาถึงตรงนี้
ขอบอกว่า คุนเก่งมาก เราขอคารวะ!!
เออ...คงยังไม่เหนรูปของทริปนี้อ่ะดิ
น้องแพรก้อรอดูอยู่เหมือนกัน
เพราะคุยพี่สาวที่มีงานรัดตัวตลอดเวลา
ไม่รุจาว่างแผ่ส่วนกุศลเปนรูปมาให้น้องเมื่อไหร่
รออยู่นะเฟ้ยยยยย
จบเลยดีก่า ดูท่ามันจะยาวเกินไปแย้วววว
ไว้มีไรดีๆ จามาโม้หม่ายยย
จุ๊บบบบบๆๆ
October 27 ปิดเทอมที่โหดร้ายยยโอ้โห....
บอกใคร ใครจาเชื่อบ้างว่าช่วงปิดเทอมเล็กๆนี้
มันเหมือนไม่ได้ปิดเลย แถมต้องเข้ามอทุกวัน
ไปเช้ากว่าวันที่ต้องไปเรียนตอนเปิดเทอมซะอีก
แถมยังอยู่มอยาวนานกว่าวันที่มีเรียนด้วย
บุพการีเราอาจไม่เข้าใจว่าทำไมปิดเทอมถึงไม่อยู่บ้าน
ออกไปมอได้ทุกวัน
ไอ้เราก้อไม่รุจาอธิบายยังไง
เราหละอยากให้มาดูสภาพใต้ตึก SC3
เกือบทั้งเอกอิ๊งค์มานั่งดองดมฟอร์มาลีนกันพร้อมเพรียงกันขนาดไหน
ทุกกลุ่มต่างก้อปั่นงานให้เสดทันวัน Present
แต่พอเสดแล้ว เราก้อพบว่าวันหยุดที่แสนสบายช่วงปิดเทอม
มันได้หมดลงไปแล้วววววว
ซวย....สรุปนี่ช้านยังไม่ได้หยุดเลย
ตื่นเช้าทุกวัน
โอ้ย..... อยากตื่นสายๆเปนบ้าเลย
แต่โชคยังช่วยที่พี่สาวสุดที่รักเราชวนไปเที่ยวช่วงเปิดเทอม
หุหุหุ
เอากะเค้าวะหน่อยๆ
ไหนๆช่วงปิดเทอมยังไม่ได้พักเลย
เปิดเทอมช่วงแรกๆก้อขอโดดไปพักผ่อนก่อนแล้วกาน
คงไม่น่าเกลียดเนอะ
เฮ่อ..
เหมือนการอัพ space ครั้งนี้เปนการเขียนที่เน่าๆยังไงก้อไม่รุ
ไม่ได้เรียบเรียงคำพุดให้เปนภาษาดีๆเล้ย
ขยะมากๆๆๆ
แต่ช่างมันเหอะ
ไว้อารมดี เพ้อๆแล้วจามาแก้ตัว
คิดเถิงเพื่อนๆทุกคนนะ อิอิอิ
ไปแล้ววว
|
|||
|
|